รถรับจ้างสงขลาบริการเชื่อมต่อรูปแบบการขนส่งต่อเนื่อง

ผู้ประกอบการรถรับจ้างสงขลาขนส่งสินค้าที่ดีจะต้องมีระบบบริการรถรับจ้างขนของจัดการที่ดีและมีมาตรฐานเป็นสากลมากขึ้น เพื่อให้สามารถควบคุมต้นทุนการขนส่งได้ มีการประยุกต์นาเทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสมมาใช้ สามารถตอบสนองความต้องการและความหลากหลายของลูกค้า รวมทั้งควรมีการรวมกลุ่มของ บริษัทขนส่งสินค้า ทางบกบนโครงข่ายเดียวกัน สำหรับการเพิ่มศักยภาพในการให้บริการ ซึ่งการรวมกลุ่ม ของบริษัทขนส่งสินค้า ส่วนใหญ่จะเป็นบุคคลรุ่นที่ 2 ที่มีฐานการดำเนินการมาตั้งแต่รุ่นที่ 1 โดยผู้บริหารรุ่นใหม่มีการศึกษาที่สูง และมีสินทรัพย์จากรุ่นที่ 1 สร้างขึ้นมาซึ่งปัจจัยหลักในการดำเนินธุรกิจให้สำเร็จมีดังนี้

เรามีรถที่ให้บริการรถรับจ้างสงขลาหลากหลายประเภท รถกระบะ 4 ล้อ,รถ 6 ล้อ รถกระบะ 4 ล้อตู้ทึบหลังคาสูง 1.80 -2.10 เมตร รถ 6 ล้อมีขนาดความยาว 5.5 , 6 , 6.5 , 7.2 เมตร รถหกล้อจะบรรทุกน้ำหนักได้ประมาณ 5-7 ตัน รวมน้ำหนักของรถแล้วไม่เกิน 15 ตัน ลูกค้าที่ติดต่อสอบถามเข้ามาเพื่อใช้บริการกับเรา จำเป็นอย่างยิ่งที่จะบอกรายละเอียดของงานที่จะขนย้าย ว่าสินค้าเป็นอะไร เช่น การย้ายบ้าน หอพัก สิ่งของที่ย้ายมีอะไรบ้างที่เป็นชิ้นใหญ่ ตู้เสื้้อผ้า ตู้เย็น ที่นอน หรือเตียงนอนเป็นต้น เผื่อทางเราจะได้ประเมิน ของที่จะย้ายกับรถให้ ว่าจะใช้รถแบบไหน เหมาะสมและประหยัดค่าใช้จ่ายที่สุดดำเนินงานด้านบริการ รถรับจ้าง รถขนของ รถขนย้าย สินค้าทุกชนิด ให้บริการทุกพื้นที่ ทุกจังหวัดโดยทีมงานของเราและกลุ่มพันธมิตรเครือข่าย ที่มีคุณภาพและประสบการณ์ทำงาน มีความชำนาญในทุกเส้นทาง ทั้งในกรุงเทพ ปริมณฑล และต่างจังหวัดเป็นอย่างดี บริการด้วยความเป็นกันเอง รวดเร็ว ปลอดภัย ใส่ใจทุกบริการลักษณะของงาน เป็นงานขนย้ายทั่วไป ย้ายบ้าน ย้ายหอพัก ขนส่งมอไซค์ ขนส่งน้องหมา น้องแมว ขนโต้ะ ตู้โชว์ เฟอร์นิเจอร์ ขนเครื่องใช้อุปโภค บริโภค สินค้าทางการเกษตร ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ต้นกล้าไม้ พันธุ์ไม้ ผลไม้ตามฤดูกาล สินค้าอุตสาหกรรม สินค้าโรงงาน ทั้งของหน่วยงานราชการ เอกชนและบุคคลทั่วไป ยินดีให้บริการด้วยความเต็มใจและเป็นกันเอง
รถรับจ้างขนส่งสินค้า และแนวทางการปรับตัวเมื่อเปิดเสรีการขนส่งสินค้า
รถรับจ้างสงขลาขนส่งสินค้า เมื่อมีการเปิดเสรีการขนส่งผู้ประกอบการขนส่งสินค้าไทยไม่ว่าจะเป็นขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่มีความจำเป็นจะต้องปรับตัวเพื่อให้สามารถอยู่รอดได้ แนวทางการปรับตัวมีดังนี้

การรวมกลุ่มผู้ประกอบการ เนื่องจากผู้ประกอบการขนส่งของไทยส่วนใหญ่เป็นรายย่อย และประกอบธุรกิจในลักษณะกระจัดกระจาย มีการแข่งขันกันเองอย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดปัญหาการวิ่งรถเปล่า และสินค้าตกค้างตามมา การรวมกลุ่มหรือสร้างเครือข่ายการให้บริการขนส่งในลักษณะพันธมิตรโดยนำความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่เป็นจุดแข็งของแต่ละบริษัทมาเสริมกันเพื่อให้เกิดเอกภาพและสามารถลดต้นทุนได้ และการรวมตัวนี้จะทำให้มีอำนาจในการต่อรองกับภาคอุตสาหกรรม หรือขอความช่วยเหลือจากภาครัฐได้มากขึ้น

การพัฒนารูปแบบการให้บริการ ผู้ประกอบการควรพิจารณาปรับปรุงรูปแบบการให้บริการ ให้มีความสอดคล้องกับความต้องการของระบบโลจิสติกส์มากขึ้น เช่น บริการคลังสินค้า บริการด้านศุลกากร บริการบรรจุภัณฑ์สินค้า รวมถึงการบริการเชื่อมต่อรูปแบบการขนส่งต่อเนื่อง เช่น ทางเรือ ทางอากาศ

การร่วมทุนกับผู้ประกอบการต่างชาติ ผู้ประกอบการอาจพิจารณาร่วมทุนกับบริษัทต่างชาติเพื่อรักษาตลาดลูกค้าไว้ภายใต้การบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น หรืออาจพิจารณาเป็น ผู้รับเหมาช่วง ให้กับผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีระบบการบริหารจัดการที่ดี สามารถบริหารต้นทุนคงที่ได้ต่ำกว่า และมีศักยภาพรักษาตลาดลูกค้าขนาดใหญ่ข้ามชาติได้ดีกว่า
รถขนส่งสินค้า และการพัฒนาความได้เปรียบเชิงการแข่งขัน

 

ต้นทุนต่ำสาหรับการขยายงาน เครือข่าย รถขนส่งสินค้า
การร่วมมือในการทำงานในเครือข่าย
ความมีมาตรฐานในการให้บริการเดียวกัน ควรเป็นรูปแบบเดียวกัน
การไหลของสินค้า ต้องสามารถขนส่งสินค้าได้รวดเร็วไม่ติดขัด
การไหลของเงิน ต้องไม่สะดุดจนทำให้ธุรกิจหยุดชะงัก
การไหลของข้อมูล ต้องไม่ติดขัดเพื่อประโยชน์ในการวิเคราะห์แนวทางในการประกอบธุรกิจที่อาจต้องปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา
การวัดผลหรือประเมินผล ของการร่วมมือกันทำงาน
ความไว้ใจซึ่งกันและกันจะทำให้ธุรกิจราบรื่น
การรวมกลุ่มขนส่งสินค้าทางบกบนโครงข่ายเดียวกัน สำหรับการเพิ่มศักยภาพในการให้บริการ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว ความไว้ใจซึ่งกันและกันสำคัญที่สุด และจะมีขึ้นได้ต้องประกอบด้วย ความซื่อสัตย์ ความสามารถและองค์ความรู้รวมถึงความสัมพันธ์อันยาวนาน ซึ่งจุดประสงค์ของความร่วมมือ จะแบ่งเป็นสองส่วนคือ กำไรที่เป็นตัวเงิน และกำไรที่ไม่เป็นตัวเงินซึ่งหมายถึงพันธมิตรทางธุรกิจ ที่สามารถช่วยกันขับเคลื่อนธุรกิจไปด้วยกัน

รถขนส่งสินค้า และเทคโนโลยีสารสนเทศ

ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการขนส่ง ถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเชื่องต่อข้อมูลระหว่างองค์กร เทคโนโลยีด้านการติดตามรถบรรทุกสินค้า เทคโนโลยีการบริหารงานภายในองค์กร เป็นต้น ดังนั้นผู้ประกอบการขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุกจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งสามารถช่วยให้การขนส่งสินค้าให้เป็นไปอย่างรวดเร็วที่สุดและต้นทุนการขนส่งต่ำที่สุด เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันทางธุรกิจและเพิ่มผลกำไรให้แก่องค์กร